5 วิธีดูแลสุขภาพคุณให้ฟิตก่อนไปทำงาน

ชีวิตการทำงานของคนหนุ่มสาวในปัจจุบันต้องแข่งกับเวลาตลอดเวลา ทำให้หลายๆที่มุ่งหวังให้หน้าที่การประสบความสำเร็จ โดยลืมดูแลสุขภาพของตนเอง บทความชิ้นนี้จะนำเสนอ 5 วิธีในการชาร์ตแบตของคุณให้เต็มที่ก่อนออกไปทำงาน และทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้นด้วย

1.จงตั้งใจว่าจะดูแลสุขภาพ
ข้อแรกของการดูแลสุขภาพของคุณคือ คุณต้องตั้งใจว่าจะดูแลสุขภาพ โดยอาจมองไปที่หากวันข้างหน้าประสบความสำเร็จในการทำงาน แต่สุขภาพของคุณทรุดโทรม หรือต้องนำเงินเก็บทั้งหมดมาใช้ในการรักษาตนเอง ผมว่าอย่างนี้คงไม่ดีแน่นอน ดังนั้น จงฟันธงไปเลยตั้งแต่วันนี้ ฉันจะดูแลสุขภาพให้ดีควบคู่ไปกับการทำงานด้วย

2.จัดทำตารางเวลา
จากนั้นจงทำตารางเวลาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย หากคุณต้องทำงานจนเย็นมืดแล้ว ผมว่าช่วงเช้านี่ล่ะเหมาะสำหรับการออกกำลังกายแล้ว คุณต้องจัดตารางเวลาอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ และเฉลี่ยวันละ 30 นาที จะเป็นการวิ่ง การเล่นโยคะ หรือการปั่นจักรยาน อะไรก็ได้ที่ทำให้หัวใจของคุณเต้นแรงและมีเหงื่อออก ถ้าคุณตั้งใจสัก 1-2 สัปดาห์ ประสิทธิภพาการทำงานของคุณจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

3.ลงมือทำ
ข้อนี้คือเมื่อคุณวางแผนเสร็จแล้ว ก็ขอให้ลงมือทำ บันทึกผลการปฏิบัติตนของคุณไว้ด้วยนะครับ มันช่วยให้เรามีกำลังใจในการออกกำลังกายมากขึ้น และง่ายต่อการประเมินตนเองเมื่อเสร็จสิ้นแต่ละสัปดาห์

4.อาหารเสริมช่วยคุณได้
ทานอาหารเสริมที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของคุณและการทำงาน อาทิ วิตามินรวม หรือแคลเซียม รวมทั้งน้ำมันปลาด้วย อาหารเสริมเหล่านี้ช่วยให้สุขภาพของคุณดีขึ้นมาจากภายในเลยทีเดียว

5.ประเมินตนเองทุกสัปดาห์
ข้อสุดท้าย คุณต้องหมั่นประเมินตนเองทุกสัปดาห์ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของคุณเป็นเช่นไร หรืออะไรบ้างที่คุณต้องปรับปรุงเพิ่ม สิ่งใดทำสำเร็จจงให้รางวัลด้วยเช่น ไปดูหนังหรืออื่นๆ

รับรองว่าหากหนุ่มสาววัยทำงาน นำหลักการนี้ปฏิบัติจะต้องกลายเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีตลอดวัยทำงานอย่างแน่นอน

กีฬาเพื่อสุขภาพ ดีต่อเราอย่างไร?

กีฬา หมายถึง การเล่น การเล่นเพื่อความแข็งแรงของร่างกายหรือเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน กีฬา เป็นคำที่หมายรวมถึงกิจกรรมการเล่นทั้งที่ต้องออกแรงเพื่อประโยชน์ของร่างกายและจิตใจ และที่ต้องใช้สมองเพื่อความเจริญของสติปัญญาทุกชนิด กีฬาเป็นการเล่นที่มักใช้แข่งขันกันจึงต้องมีกฎ และกติกาในการเล่น กีฬาบางชนิดต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น และมีสถานที่ที่ใช้เล่น เป็นการเล่นที่ใช้ฝึกร่างกายให้แข็งแรง ฝึกให้รู้จักการยอมรับกฎ ยอมรับกติกาในการเล่น ฝึกให้มีวินัย ฝึกให้รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และฝึกให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา

กีฬาเพื่อสุขภาพ หมายถึงการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายที่มีจุดประสงค์แน่นอนในการพัฒนาสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งอาจหมายถึงการดำรงรักษาสุขภาพที่ดีอยู่แล้วมิให้ลดถอยลง ปรับปรุงสุขภาพที่ทรุดโทรมให้ดีขึ้น ป้องกันโรคที่เกี่ยวเนื่องกับการขาดออกกำลังกาย ตลอดจนช่วยแก้ไขหรือฟื้นฟูสภาพร่างกายจากโรคบางอย่าง กีฬาเพื่อสุขภาพจึงมีลักษณะที่แตกต่างจากกีฬาแข่งขันอยู่มาก เพราะมิได้เกี่ยวข้องกับชัยชนะ หรือชื่อเสียงเช่นกีฬาแข่งขัน

กีฬาทุกชนิดที่ใช้แข่งขัน เกมส์ หรือการละเล่นที่ใช้แรงกาย การบริหารร่างกายและการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ และแม้แต่การปฏิบัติงานหนัก หรืองานอดิเรกที่ใช้แรงกายสามารถนำมาใช้หรือดัดแปลงให้เป็นกีฬาเพื่อสุขภาพได้ทั้งนั้น

ลักษณะของกีฬาเพื่อสุขภาพ
อาจกล่าวได้ว่ากีฬาทุกชนิดที่ใช้แข่งขัน เกมส์ หรือการละเล่นที่ใช้แรงกาย การบริหารร่างกายและการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้แต่การปฏิบัติงานหนัก หรืองานอดิเรกที่ใช้แรงกายสามารถนำมาใช้หรือดัดแปลงให้เป็นกีฬาเพื่อสุขภาพได้ทั้งนั้น แต่จะต้องจัดให้เข้ากับลักษณะของกีฬาเพื่อสุขภาพ ดังต่อไปนี้
• เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
• สามารถควบคุมความหนักเบาได้ด้วยตัวเอง
• มีการฝึกความอดทนของระบบการหายใจและระบบการไหลเวียนเลือดรวมอยู่ด้วย
• สามารถปฏิบัติได้เป็นประจำสม่ำเสมอ

สุขภาพที่ดีเราเองต้องส่งเสริมและให้การดูแลอย่างสม่ำเสมอ

การส่งเสริมสุขภาพคือสิ่งที่ดี
สุขภาพ (Health) องค์การอนามัยโลก (WHO : World Health Organization) ได้ให้ความหมายของ สุขภาพ ไว้ดังนี้ “สุขภาพ” หมายถึง สภาวะแห่งความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ รวมถึงการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข
• สรุป คำว่า สุขภาพ มิได้หมายเฉพาะสุขภาพกายและสุขภาพจิตเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงสุขภาพสังคม และสุขภาพศีลธรรมอีกด้วย

ความหมายของ “สุขภาพ” ในปัจจุบันมีองค์ประกอบ 4 ส่วน ด้วยกันคือ
1. สุขภาพกาย : มีสภาพของร่างกายที่ดีมีความแข็งแรงสมบูรณ์ ทำงานได้ตามปกติ
2. สุขภาพจิต : สภาพของจิตใจที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ มีจิตใจเบิกบานแจ่มใส
3. สุขภาพสังคม : บุคคลที่มีสภาวะทางกายและจิตใจที่สุขสมบูรณ์ สามารถปฏิสัมพันธ์และปรับตัวให้อยู่ในสังคมได้เป็นอย่างดีและมีความสุข
4. สุขภาพศีลธรรม : มีมีความรู้ในเหตุผลแห่งความดีความชั่ว นำไปสู่ความมีจิตอันดีงามและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

การดูแล ส่งเสริมสุขภาพ มีวิธีการอย่างไร
• หมั่นสังเกตสุขภาพตัวเองและดูแลอวัยวะที่สำคัญ
• ระมัดระวังเกี่ยวกับสารพิษและสิ่งปลอมปน
• ป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย
• ปรับปรุงวิธีการดำเนินชีวิตและหาทางลดความเครียด
• ใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์และรู้จักใช้บริการทางการแพทย์
• เป็นผู้บริโภคที่ฉลาด สามารถเลือกเชื่อ เลือกซื้อ และเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง
• ปรับปรุงดูแลที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ
• พยายามหลีกเลี่ยงโรคติดต่อและสัตว์นำโรค

การส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการสร้างสมรรถภาพทางกาย ( Physical Fitness)
สมรรถภาพทางการ (Physical Fitness) คือ การสร้าง ร่างกายที่มีความเหมาะสมพอดี หรือ มีสมรรถภาพดี
• หมายถึง ความสามารถของร่างกายในการเคลื่อนไหว หรือการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกล้ามเนื้อของร่างกายมีการทำงานประสานกันอย่างดี มีจังหวะ และความสง่างาม
• หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการรักษาร่างกายของตนเองให้คงที่ สภาพดี และสามารถทำงานหนักได้ดี เป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและไม่ทำให้ประสิทธิภาพของงานที่ทำลดน้อยลง

สมรรถภาพทางร่างกายที่ดีที่เหมาะสมเป็นอย่างไร
หมายความว่า ความสามารถของบุคคลในการใช้กล้ามเนื้อ (MUSCLES) ประสาท(NERVES) เนื้อเยื้อ(TISSUES) กระดูก (BONES) ข้อต่อ(JOINTS) และอวัยวะ(ORGANS) อื่นที่เกี่ยวข้องในการทำให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวเพื่อกระทำหรือเข้าร่วมกิจกรรมได้เป็นอย่างดี และทำให้บรรลุผลในเวลาอันเหมาะสม นอกจากนี้บุคคลที่ได้ชื่อว่ามีสมรรถภาพทางกายที่ดีจะต้องเป็นผู้ที่มี อารมณ์(EMOTION) สังคม(SOCIAL) จิตใจ(MIND) และร่างกาย(PHYSICAL) ที่ดี ปราศจากโรค(DECEASE) ภัยไข้เจ็บ หรือที่หลายคนชอบเรียกว่า “มีสุขภาพและพลานามัยที่สมบูรณ์” นั่นเอง

การส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย (Exercise)
การออกกำลังกาย (EXERCISE) คือ การเคลื่อนไหว อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
• หมายถึง การทำให้ กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายได้มีการหดตัวขยายตัว จากการออกกำลังกาย
• หมายถึง การออกแรงเพื่อกิจกรรมทางร่างกายในทุกๆ ลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือทำงานใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่สมัครใจหรือฝืนใจ และไม่ว่ากิจกรรมนั้นๆ จะทำเป็นอาชีพหรือสมัครเล่น การออกกำลังกายที่ดีจำเป็นต้องออกแรงให้มากพอจนรู้สึกเหนื่อย เพื่อให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหว (Isotonic exercise) หรือบางครั้งอาจจะอยู่กับที่ก็ตาม (Isometric exercise)

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย
เมื่อกล้ามเนื้อใหญ่หดตัว จะทำให้อวัยวะสำคัญต่างๆ ของร่างกายมีการทำงานเพิ่มขึ้น
• ทำให้ สมอง มีการตัดสินใจและควบคุมการเคลื่อนไหวดีขึ้น
• ทำให้ หัวใจ ส่งโลหิตไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ดีขี้น
• ทำให้ ปอด ดูดซึมออกซิเจน และขับถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีขึ้น
• ทำให้ กระเพาะอาหาร มีระบบการย่อยอาหารทำงานดีขึ้น
• ทำให้ ไต ขับถ่ายของเสียได้ดีขึ้น
• ทำให้ ต่อมไร้ท่อ หลั่งฮอร์โมนมากขึ้น
• ทำให้ เส้นประสาทส่วนกลาง ส่งความรู้สึกและปฎิกิริยาต่อร่างกายได้ดีขึ้น
• ทำให้ กระดูก ทำหน้าที่ยึดได้ดีขึ้น

สรุป
การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ยังทำให้เรามีรูปร่างที่ดี ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป มีกล้ามเนื้อที่กระชับ มีทรวดทรงที่ดีและได้สัดส่วนอีกด้วย โดยการออกกำลังกายเป็นการลดความอ้วน และควบคุมน้ำหนักตัวที่ได้ผลดีที่สุด

ทำให้เรานอนหลับได้ดีขึ้น เนื่องจากการออกกำลังกายมีการใช้พลังงานมากร่างกายจึงต้องพักผ่อน (คนที่นอนหลับยาก ก็จะไม่ต้องใช้ยาประเภท “ยานอนหลับ” )

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพยังช่วยให้ผู้ที่เจ็บป่วยมีอาการดีขึ้น ในกรณีของที่เป็นเบาหวานก็จะมีน้ำตาลในระดับต่ำลงเมื่อร่างกายได้ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือผู้ที่แรงดันเลือดสูงก็จะมีแรงดันเลือดลดลง (ความดันสูง) ส่วนผู้ที่มีแรงดันเลือดต่ำก็จะช่วยให้แรงดันเลือดสูงขึ้น (ความดันต่ำ)

“ฟุตบอลกับทุนนิยม”

มนุษย์ออกแบบเวลา ขีดแบ่งกั้นความแตกต่างออกเป็นฤดูกาลธรรมชาติ รวมถึงฤดูกาลที่ไม่เป็นธรรมชาติด้วย และขณะนี้ฤดูกาล World cup กำลังเริ่มต้นขึ้น 4 ปีมีหนหนึ่ง ถ้าจะทำตัวตกกระแสไม่พูดถึงกีฬาประเภทนี้ มันก็ดูจะกระไรอยู่

เกมกีฬาอันดับหนึ่งของมวลมนุษยชาติคืออะไร? ถ้าตั้งเป็นกระทู้ถามรายทาง คงไม่มีใครบ้าตอบเป็นมวยไทยหรือตะกร้อเป็นแน่แท้ ลองไปถามอาแปะข้างๆ บ้านหรือฝรั่งตาน้ำข้าวที่เข้ามาเที่ยวในเมืองไทย คำตอบที่เราจะได้ยินนั้นคือ”Football”บุคคลที่เป็นหนี้ให้กับฟุตบอลมีมากมายๆ จริง (Pele, ปิยะพงษ์, Beckham – ชีวิตเขาเหล่านี้ได้ดิบได้ดีเพราะฟุตบอล)และบุคคลที่เป็นหนี้จริงๆ ให้กับฟุตบอลก็มีมาก (ผีพนันทั้งหลาย) … ถ้าลองมองไปรอบกาย ความเคลื่อนไหว(Dynamic) รอบตัว กระแสสังคมในแต่ละช่วงมีอะไรบ้าง? แน่ล่ะว่าเรื่องของฟุตบอลจะเป็นหนึ่งในหลายๆ

เรื่องที่สังคมให้ความสนใจ ดังนั้นฟุตบอลจึงเป็นอะไรที่มากกว่าเกมกีฬาไปแล้วโดยเฉพาะเรื่องของธุรกิจ (Business) วันนี้เราลองมาพูดถึงเรื่องฟุตบอลในมุมมองนี้กันดูบ้างนิตยสาร Forbes เคยทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับผลการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ โดยใช้ผลการแข่งขันของลีก (League)ประเทศอังกฤษ พบว่าก่อนทศวรรษที่ 1960 ผลการแข่งขันที่พลิกล๊อก ทีมต่ำชั้นชนะทีมใหญ่เกิดได้บ่อยครั้ง พูดได้ว่าโอกาสชนะของแต่ละทีมมีพอๆกัน แต่หลังจากการทำลายการจำกัดเพดานค่าเหนื่อยให้แก่ผู้เล่น (Wages) ทีมใหญ่เงินหนามีทุนมากกว่า ได้ตัวผู้เล่นดีๆไป ทำให้ทีมเหล่านั้นเริ่มมีการผูกขาดชัยชนะ(monopoly)

การพลิกล็อกเกิดขึ้นน้อยลงเป็นเท่าตัวแต่เนื้อแท้ของเกมฟุตบอลนั้น การแข่งขัน (competition) ถือว่าเป็นองค์ประกอบของเกมนี้ ถึงแม้ว่าทีมใหญ่ต้องการที่จะผูกขาดความสำเร็จ แต่ในแต่ละลีกอาจจะมีทีมแบบนี้ซัก 3-4 ทีม การแข่งขันแบบบอลลีกมันจึงเป็นแบบ oligopoly (มีพี่เบิ้ม 3-5 เจ้า) ดังเช่น

ลีกอังกฤษ นี่แน่นอน แมนฯยู , ลิเวอร์พูล , อาร์เซนอล , เชลซี

ลีกสก๊อต ก็ต้อง เซลติก กับ เรนเจอร์

อิตาลี ก็พี่ เอซีมิลาน , จูเวนตุส , โรมา , อินเตอร์มิลาน

และเนื่องด้วย ผลลัพธ์ความสำเร็จด้านการแข่งขันในเกม มิใช่หลักประกันความสำเร็จของทีมฟุตบอลอย่างเดียวต่อไปอีกแล้ว ตัวอย่างทีมที่จัดการบริหารด้านการเงินไม่ดี ที่เห็นแน่ๆ 2 ทีม คือ ฟิออเรนตินา ของอิตาลี และ ดอร์ทมุน ของเยอรมัน สองทีมนี้เคยใช้เม็ดเงินในการสร้างทีมจนสามารถคว้าความสำเร็จด้านการแข่งขันได้ แต่หลังจากนั้นมา ทั้งสองทีมเกิดวิกฤติการเงินอย่างหนักเป็นหนี้สินบานเบอะ

และส่งผลทำให้ผลงานช่วงหลังย่ำแย่ลงทั้งนี้หลายทีมอาจจะเป็นทีมที่มีสภาวะแห่งฟองสบู่ พร้อมแตกอยู่ตลอดเวลา หากป้อนปัจจัยเข้าไปมากเกินผลที่จะได้ การจัดการสมัยใหม่(modern management) จึงเป็นสิ่งที่สำคัญกับฟุตบอลสมัยนี้มาก มันไม่ใช่แค่ว่าคุณยัดตัวผู้เล่นดีๆ ค่าตัว, ค่าเหนื่อยแพงๆ เข้าไปในทีม เตะแล้วได้แชมป์ … เงินรางวัลล่ะมันคุ้มไหม? ค่าตั๋วจากแฟนบอล? สปอนเซอร์?ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด? ลิขสิทธิ์สินค้า? แฟนคลับทั่วโลก? และอีกผลประโยชน์ยิบย่อยมากมาย เหล่านี้เป็นเหตุผลให้นักเตะ รีล มาดริด, แมนฯยู, ลิเวอร์พูล ต้องมาวิ่งเป็นมาหอบแดด เตะบอลกับทีมคนแคระแห่งประเทศไทยบ่อยๆ ในช่วงพักฤดูกาลข้อเสียของการแข่งขันแบบ oligopoly ล่ะมีไหม? ในทางทฤษฎีน่ะ! มีแน่

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความซ้ำซากไม่แตกต่าง(slightly differentiate) การถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน (mutual interdependence) การฮั้วการทำสัญญาลับ (collusion) การกีดกัน (party entry blocked) เป็นต้น ในทางปฏิบัติในเกมแห่งฟุตบอล ทั้งในและนอกสนามล้วนมีสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้น

ธุรกิจบันเทิง คือการนำเอาศิลปะมาทำเงินให้มากขึ้น ด้วยการนำเสนอในวงกว้างแบบมวลชน (mass) ธุรกิจการกีฬาก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะฟุตบอลที่ในรอบร้อยปีมานี้ หลายๆ ภูมิภาคในโลกก็เตะมันเป็นกิจวัตร … นักการตลาดไม่ต้องไปบุกเบิกเริ่มต้นอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ยัดคุณค่าในการทำเงินลงไปให้แก่กีฬาประเภทนี้เท่านั้นสินค้าอะไรบ้างที่สามารถใช้ฟุตบอลเป็นเครื่องมือในการตลาดได้ สังเกตง่ายๆ ลองดูป้าย banner รอบสนามฟุตบอลจากการถ่ายทอดทางทีวีดูสิ … เราจะเห็นว่าฟุตบอลนำเสนอสินค้าได้มากมายหลายอย่างจริงๆ (ปลุกผี Roland Barthes มาวิเคราะห์สัญญะ (sign) ป้ายโฆษณาข้างสนามบอล

เขาจะต้องงงเป็นไก่ตาแตกกับความไม่สัมพันธ์กันของบางสิ่งบางอย่างกับเกมฟุตบอลแน่ๆ)สิ่งที่ทำให้ฟุตบอลมีพลังในการตลาดอีกอย่างหนึ่งคือ การเข้าไปเล่นกับความใฝ่ฝัน เป็นจิตวิญญาณอย่างหนึ่งของระบบทุนนิยม นั่นก็คือ ความสำเร็จจากการเป็นยอดผู้เล่นของกีฬานี้ มันเป็นเรื่องของการเปลี่ยนชนชั้นและการได้รับการยอมรับจากสังคม เช่นเดียวกับ การเป็นร๊อคสตาร์ (Rock ” n Roll Super star) … บอลโลกนี่เป็นการรวมตัวของมหาเศรษฐีพันล้าน มาเตะฟุตบอลให้เราดูนะครับฟุตบอลกลายเป็นความมุ่งมั่น ความใฝ่ฝันของเด็กทั่วโลก (ไม่รู้ว่าถึงขั้นเป็นอุดมการณ์รึเปล่า?)

การก้าวขึ้นไปเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพของเด็กละตินอเมริกาสมัยนี้ เทียบเท่ากับการก้าวไปเป็นนักรบจรยุทธ์ ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับ เช เกวาร่า (Che Guevara) ในอดีต …. เพียงแต่นอกจากความเท่แล้ว เป็นนักบอลยังได้ตังค์มากกว่าอีกต่างหาก (ส่วนนักรบจรยุทธ์มักได้รับลูกปืนจากจักรวรรดินิยม)แต่หากการจะก้าวไปเป็นนักบอลอาชีพเก่งๆ อย่างน้อยต้องดูการถ่ายทอดฟุตบอล (จาก espn และผู้ผูกขาดลิขสิทธิ์เจ้าอื่นๆ ที่มีโฆษณาแฝงต่างๆ) , ต้องซื้ออุปกรณ์เสริม (adidas,nike) และต้องผ่านกระบวนการหลายกระบวนการทางการค้า ก่อนที่ก้าวไปถึงจุดนั้น ก่อนที่จะก้าวไปเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของกีฬาประเภทนี้ เด็กต้องเริ่มจากการเป็นผู้บริโภคมันเสียก่อนมายาคติเกี่ยวกับเกมกีฬาฟุตบอล เช่น กีฬาต้านยาเสพติด, เพื่อความเป็นน้ำใจเป็นนักกีฬา, ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์,การเสริมสร้างสุขภาพ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่มีนักการตลาดเกี่ยวกับเกมกีฬานี้อยู่เบื้องหลังทั้งสิ้นการที่จะมองอะไรเพียงด้านดีด้านเดียวเราคงไม่เห็นสิ่งที่แฝงเร้นภายใน บนโลกทุนนิยมไม่มีอะไรที่จริงใจกับเราหรอก ไม่มีอะไรที่ไม่หวัง “กำไร” จากเรา.ฟุตบอล จึงมีนัยที่เป็นมากกว่าเกมกีฬา อย่างน้อยที่มันได้รับความนิยมสูงในปัจจุบันนั้น ก็เพราะมันเป็นเรื่องของธุรกิจบนโลกทุนนิยม และก็ไม่ใช่ธุรกิจแฝง แต่เป็นธุรกิจตรงๆโต้งๆ ที่สัมผัสจับต้องได้โดยตรง

ดังที่ von Wal Buchenberg คอลัมนิสต์ indymedia ของประเทศเยอรมัน(เจ้าภาพบอลโลก) ได้กล่าวไว้ว่า :

 

“Football is not proletarian, but a capitalistic kind of sport.”